ปี 2556

มิถุนายน ดำเนินการแปรสภาพบริษัทเป็นมหาชนและเปลี่ยนชื่อจาก “บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด” เป็น “บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)” เพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 105 ล้านบาท และเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญจากหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 0.25 บาท ซึ่งทำให้จำนวนหุ้นสามัญที่จดทะเบียนไว้เพิ่มขึ้นจาก 8,125,000 หุ้น เป็น 420,000,000 หุ้น

ปี 2557

มกราคม เริ่มให้บริการจัดหาและบริหารจัดการคลังสินค้าให้แก่ลูกค้า โดยปัจจุบันมีคลังสินค้าที่ให้บริการ 1 แห่งที่เขตปลอดอากรวินโคสท์ ถนนบางนา-ตราด (ปัจจุบันไม่ได้มีการให้บริการแล้ว)

สิงหาคม ตั้งสำนักงานสาขาที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

พฤศจิกายน บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 โดยมีทุนจดทะเบียน 140 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 105 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญ 420 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท

ก่อตั้ง NCL INTER LOGISTICS (S) PTE. LTD ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของบริษัทฯ ตั้งอยู่ในประเทศ สิงคโปร์ เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์ โดยมีทุนจดทะเบียน 500,000 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ ทั้งนี้บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว

ธันวาคม เข้าซื้อหุ้นของบริษัท ทรานส์ออฟชอร์ โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 22.22% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนชำระแล้ว 1,000,000 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ ในราคารวมประมาณ 33,080,000 บาท ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศสิงค์โปร์ โดยประกอบธุรกิจให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์ ทั้งนี้เป็นการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจการขนส่งด้านระบบโลจิสติกส์ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับท่อขุดเจาะน้ำมันดิบ และรองรับการขยายตลาดสู่กลุ่มประเทศอาเซียนและได้ขายหุ้นของบริษัทฯ ดังกล่าวแล้วในช่วงต้นปี 2559 เนื่องจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันประสบปัญหาขาดทุน

ปี 2558

กุมภาพันธ์ ขยายธุรกิจขนส่งในประเทศโดยการซื้อหัวลากเพิ่มจำนวน 15 หัว รวมบริษัทฯ มีจำนวนหัวลากทั้งหมด 65 หัวลาก และ 98 หางลาก

มีนาคม เริ่มให้บริการจัดส่งสินค้าทางเรือแบบตู้คอนเทนเนอร์ครบวงจรจากท่าเรือระนองประเทศไทยไปยังท่าเรือย่างกุ้งประเทศเมียนมาร์

กรกฎาคม หยุดให้บริการจัดส่งสินค้าทางเรือจากท่าเรือระนองประเทศไทยไปยังท่าเรือย่างกุ้งประเทศเมียนมาร์ ซึ่งไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญต่อการประกอบธุรกิจหลักของบริษัทฯ

พฤศจิกายน คณะกรรมการบริษัท ได้มีมติเห็นชอบอนุมัติให้ขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม ทั้งจำนวน ของบริษัท ทรานส์ออฟชอร์ โลจิสติกส์ จำกัด ในประเทศสิงคโปร์ ที่บริษัทฯ ถืออยู่ในสัดส่วน 22.22% ของจำนวนทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งหมดจำนวน 1,000,000 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ ให้แก่ Mr.Alvin Lim Sien Yong ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิม เนื่องจากบริษัทร่วมมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานในงวด 9 เดือน จนทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ โดยจำหน่ายไปในราคารวม 10,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งมีผลขาดทุนจากการขายเงินลงทุนจำนวน 990,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 32.59 ล้านบาท

ธันวาคม ออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทรุ่นที่ 1 (NCL-W1) โดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) ในอัตรา 3 หุ้นเดิมต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยไม่คิดมูลค่า

เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ เป็น 140 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท เพื่อรองรับการเสนอขายหุ้นแก่ผู้ถือหุ้นเดิมและรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ NCL-W1

ปี 2559

มกราคม ได้ร่วมลงทุนในบริษัท เอส เอส เค อินเตอร์ โลจิสติกส์ จำกัด (“บริษัทร่วม” หรือ “SSK”) ซึ่งเป็นบริษัทร่วม ของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2559 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เพื่อให้บริการขนส่งสินค้าในประเทศด้วยรถบรรทุกหัวลาก และเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติให้ขายทรัพย์สิน หัวลาก จำนวน 65 หัว และหางพ่วง จำนวน 98 หาง ให้แก่ SSK ตามสัญญาโอนทรัพย์สินเพื่อการลงทุนคิดเป็นประมาณ 120.94 ล้านบาท

- และในเดือนมิถุนายน ได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนใน SSK จำนวน 289 ล้านบาท จากเดิมที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 1 ล้านบาท รวมเป็น 290 ล้านบาท

มีนาคม ได้ร่วมลงทุนกับ LEGEND SHIPPING PTE. LTD. (ประเทศสิงคโปร์) เพื่อจัดตั้ง บริษัท เลเจนด์ ชิปปิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด (“บริษัทย่อย”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เพื่อให้บริการจัดหาตู้ขนส่งสินค้า (SOC) และให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยการขนส่งสินค้าทางทะเลโดยเป็นเจ้าของตู้คอนเทอนเนอร์เอง และเป็นตัวแทนแต่งตั้งจากต่างประเทศในการนำเข้าและส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ

มิถุนายน ได้ร่วมลงทุนกับ LEGEND SHIPPING PTE. LTD. (ประเทศสิงคโปร์) เพื่อจัดตั้ง LEGACY ASIA CAPPITAL PTE. LTD. (“บริษัทย่อย”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของบริษัทฯ ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ด้วยทุนจดทะเบียน 200,000 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อทำธรุกิจให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อขยายฐานธุรกิจไปยังต่างประเทศและครบวงจรมากขึ้นรวมทั้งเป็นการกระจายความเสี่ยงในธุรกิจให้มีความหลากหลายมากขึ้น

กันยายน ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (“บริษัทร่วมอื่น ๆ” หรือ “GWM”) โดยการเข้าซื้อหุ้นสามัญ เป็นเงิน 8 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2559 สัดส่วนการถือหุ้น 44.44% ซึ่งประกอบธุรกิจ ผลิตน้ำยาล้างไตและจำหน่ายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยการลงทุนครั้งนี้ บริษัทฯ เล็งเห็นว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทฯ ได้ในอนาคต อีกทั้งเป็นการกระจายความเสี่ยง ส่งเสริมให้บริษัทฯ มีผลตอบแทนที่เติบโต มั่นคง และต่อเนื่องในอนาคต

ปี 2560

พฤษภาคม ได้เข้าเพิ่มทุนในบริษัทย่อย  NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. จำนวน 300,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 SGD มูลค่ารวม 300,000 SGD โดยเพิ่มขึ้นจาก 700,000 หุ้น มูลค่า 700,000 SGD เป็น 1,000,000 หุ้น มูลค่า 1,000,000 SGD โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100

ได้เข้าเพิ่มทุนในบริษัทร่วม บริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด จำนวน 17,780 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1,000 บาท มูลค่ารวม 17.78 ล้านบาท และมีผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ ได้เข้าร่วมเพิ่มทุนด้วย โดยเพิ่มขึ้นจาก 18,000 หุ้น มูลค่า 18 ล้านบาท เป็น 40,000 หุ้น มูลค่า  40 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 44.44

มิถุนายน ได้ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของบริษัท รุ่นที่ 2 (NCL-W2) เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) โดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราส่วน 6.6 หุ้นเดิมต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ รวมจำนวนไม่เกิน 63,650,000 หน่วย

ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จาก 140 ล้านบาท เป็น 157.5 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่จำนวน 70,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ หุ้นละ 0.25 บาท รวมเป็น 17,500,000 บาท และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวเป็น 2 ส่วน

1. รองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพตามใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัท รุ่นที่ 2 (NCL-W2) จำนวน 63,650,000 หุ้น

2. รองรับการปรับสิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัท รุ่นที่ 1 (NCL-W1) ตามเงื่อนไขการปรับสิทธิ จำนวน 5,350,000 หุ้น  โดยมีอัตราการใช้สิทธิใหม่คือ ใบสำคัญแสดงสิทธิจาก 1 หน่วย ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น เป็น ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1.04 หุ้น และปรับราคาการใช้สิทธิจาก 4 บาท ต่อหุ้นสามัญ เป็น ราคา 3.848 บาท ต่อหุ้นสามัญ

สิงหาคม ได้อนุมัติโครงการรับขนส่งกระจายสินค้าไปให้กับที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการขยายขอบเขตการให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการเคลื่อนย้ายสินค้าในประเทศทางถนนด้วยรถปิคอัพ โดยอาศัยความชำนาญด้านการบริการจัดระบบการขนส่งสินค้าของบริษัทฯและสามารถสนับสนุนการขยายธุรกิจทางด้านการขนส่งสินค้าของบริษัทฯให้เติบโตได้ในอนาคต อีกทั้งเป็นโอกาสเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทอีกด้วย

บริษัท เอส เอส เค อินเตอร์ โลจิสติกส์ จำกัด (“SSK”) บริษัทร่วม ได้ลดทุนจดทะเบียนจากเดิม 290 ล้านบาท เป็น 168.74 ล้านบาท โดยการลดจำนวนหุ้น จำนวน 12,125,720 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท รวมเป็นเงิน 121,257,200 บาท ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ SSK โดยเป็นการลดทุนของคุณวาสนา เสือกลิ่นศักดิ์ ทั้งจำนวน ซึ่งส่งผลให้สัญญาร่วมทุนสิ้นสุดลง และเป็นผลให้บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 43.84 เป็น 75.35 ของทุนจดทะเบียนใหม่ *

* รายละเอียดเพิ่มเติม : ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์ “ที่ NCL-M 23/60 วันที่ 16 สิงหาคม 2560 เรื่องแจ้งรายการได้มาซึ่งทรัพย์สินของบริษัท เอ็น ซี แอล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และที่มาของการคืนทุนเฉพาะคุณวาสนา เสือกลิ่นศักดิ์ (เพิ่มเติมครั้งที่ 2)”

กันยายน ได้ร่วมลงทุนกับ Zim Integrated Shipping Service Limited (“บริษัทร่วม” หรือ “ZIM”) ซึ่งเป็นสายเดินเรือประเทศอิสราเอล เพื่อจัดตั้ง บริษัท ซิม(ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนขนส่งสินค้าทางทะเลโดยตู้คอนเทนเนอร์ให้ ZIM และเพื่อขยายฐานธุรกิจไปยังต่างประเทศและเพิ่มแหล่งรายได้ให้กับบริษัทฯ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 โดยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 51% 

ปี 2561

กุมภาพันธ์ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติเพิ่มทุนในNCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อย จำนวน 1.26 ล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ เพื่อขยายกิจการในต่างประเทศ ในระหว่างปีบริษัทฯ ได้โอนเงินเพื่อเพิ่มทุนเป็นจำนวน 420,000 เหรียญดอลล่าสหรัฐ จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 1ล้านเหรียญดอลล่าสิงคโปร์ เป็นจำนวน 1.57 ล้านเหรียญดอลล่าสิงคโปร์ โดยจดทะเบียนเพิ่มทุนแล้วเสร็จ 28 ธันวาคม 2561

บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด จากคุณธงชัย ปามิ (ผู้ถือหุ้น) จำนวน 3,340หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1,500บาท รวมมูลค่า 5,010,000บาท วัตถุประสงค์เพื่อบริษัทจะได้มีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จ โดยปัจจุบันบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ44.45 จะเปลี่ยนเป็นถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ52.80 โดยมีแหล่งเงินทุนจากเงินหมุนเวียนของบริษัทซึ่งไม่กระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทแต่อย่างใด ทั้งนี้กรรมการบริษัทได้พิจารณาความเหมาะสมของราคาจ่ายซื้อแล้วโดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างถี่ถ้วน

NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดตั้งบริษัทย่อย NCL International Logistics USA INC. (จดทะเบียนในประเทศสหรัฐอเมริกา) จดทะเบียนจัดตั้ง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อบริการบริหารและจัดการขนส่ง สินค้าระหว่างประเทศ (freight forwarder) โดยมี ทุนจดทะเบียนจำนวน 100,000 เหรียญดอลล่าสหรัฐ เพื่อขยายฐานธุรกิจไปยังต่างประเทศและเพิ่มแหล่งรายได้ให้กับบริษัทฯ และเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. โอนเงินลงทุนเพิ่มใน NCL International Logistics USA INC. จำนวน 30,000 เหรียญดอลล่าสหรัฐ จากเงินลงทุนเดิมจำนวน 100,000 เหรียญดอลล่าสหรัฐ เป็นจำนวน 130,000 เหรียญดอลล่าสหรัฐ ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 โดย NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ100

พฤษภาคม บริษัทฯ ได้มีมติให้เลิกกิจการบริษัทย่อย Legacy Asia Capital Pte., Ltd. (จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์)ซึ่งดำเนินธุรกิจให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ เนื่องจาก Buss Capital Fund Singapore ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนเงินทุนเพื่อธุรกิจให้กับ Legacy ไม่สามารถสนับสนุนเงินทุนในการดำเนินธุรกิจให้กับ Legacy ต่อไปได้ เนื่องจากกองทุนดังกล่าวประสบภาวะล้มละลาย จึงทำให้ Legacy ไม่มีเงินทุนเพียงพอในการดำเนินธุรกิจและขยายกิจการ ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทเกิดปัญหาในการดำเนินธุรกิจและเกิดภาวะขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นในอนาคต

NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้เข้าจดทะเบียนจัดตั้ง Qingdao National Container Line Company Limited (จดทะเบียนในประเทศจีน) เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 เพื่อบริการบริหารและจัดการขนส่ง สินค้าระหว่างประเทศ (freight forwarder) ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 5,000,000 หยวน (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 มีทุนเรียกชำระแล้วจำนวน 3,46,375 หยวน)โดย NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd.ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ100

กรกฎาคม บริษัทฯ มีมติอนุมัติออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของบริษัทรุ่นที่ 3 (“NCL-W3”) เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม จำนวนไม่เกิน 65,000,000  หน่วย โดยไม่คิดมูลค่าในอัตราส่วนเท่ากับ 7 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิฯ (กรณีที่มีเศษของใบสำคัญแสดงสิทธิต่ำกว่า 1 หน่วย ให้ปัดทิ้ง) โดยกำหนดราคาการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิเท่ากับ 2.40 บาท ต่อ 1 หุ้น  โดยใบสำคัญแสดงสิทธิมีอายุ 16 เดือน นับตั้งแต่วันที่ออกและเสนอขาย

บริษัทฯ มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 26,000,000 บาท จากเดิม 120,913,184.50 บาท เป็น 146,913,184.50 โดยการออกหุ้นใหม่สามัญใหม่จำนวนไม่เกิน 104,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของบริษัท รุ่นที่ 3 (“NCL-W3”)

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 มีมติ แก้ไขข้อบังคับของบริษัทข้อ 51 ตราประทับของบริษัทเพื่อให้สอดคล้องกับการประกอบธุรกิจหลักของบริษัทฯ คือการให้บริการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศทางทะเล ทางบริษัทฯ จึงเห็นควรเปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์และตราประทับของบริษัท ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการจดจำของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ และสนับสนุนการขายสินค้าและบริการของบริษัทโดยให้ใช้ตราประทับใหม่และข้อความใหม่ดังนี้

บริษัทฯ จำหน่ายเงินลงทุนใน Legacy Asia Capital Pte. Ltd. ทั้งจำนวนในราคาทุน โดยมีหุ้นสามัญ 140,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 เหรียญสิงคโปร์ รวมเป็นเงินทั้งหมด 140,000 เหรียญสิงคโปร์ ให้กับผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของ Legend Shipping Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกันแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ และเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 ซึ่งเป็นวันที่จดทะเบียนโอนหุ้นเสร็จเรียบร้อยและเป็นผลให้ Legacy Asia Capital Pte. Ltd. สิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯนับตั้งแต่วันทีดังกล่าว

บริษัทฯ ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทย่อยจาก บริษัท เลเจนด์ ชิปปิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เป็น บริษัท แอลจี คอนเทนเนอร์ ไลน์ จำกัด โดยได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว

NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้เข้าจดทะเบียนจัดตั้ง LG Container Line Pte. Ltd. (จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์)เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2561 เพื่อเป็นสำนักงานตัวการ (Principal) และแต่งตั้งให้บริษัท แอลจี คอนเทนเนอร์ ไลน์ จำกัด (เดิมชื่อ “บริษัท เลเจนด์ ชิปปิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด”)ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เป็นตัวแทน (Agent)เพื่อบริการบริหารและจัดการขนส่ง สินค้าระหว่างประเทศ (freight forwarder) ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 10,000 เหรียญสิงคโปร์(ทุนชำระแล้ว 10,000 เหรียญสิงคโปร์) โดย NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100

NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd.ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯได้เข้าลงทุนใน PT.NCL Inter Logistik Indonesia ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งในประเทศอินโดนีเซีย โดยผ่านการทำสัญญาเงินกู้แปลงสภาพ (Convertible Loan Agreement) เป็นจำนวนเงิน 60,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา ซึ่งเทียบเท่าสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 60 ของทุนจดทะเบียน และจัดทำ Business cooperation agreement เพื่อวัตถุประสงค์ในการเข้าควบคุมการดำเนินธุรกิจและบริหารงานทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมของบริษัทดังกล่าว บริษัทฯ ได้เข้าควบคุมและสั่งการกิจกรรมการดำเนินงานต่าง ๆ รวมถึงนโยบายทางการเงินของบริษัทนับนับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาและถือเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯนับตั้งแต่วันที่ดังกล่าว

สิงหาคม NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd.ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯได้เข้าลงทุนใน NCL Inter Logistics Vietnam Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งในประเทศเวียดนาม โดยผ่านการทำสัญญาเงินกู้แปลงสภาพ (Convertible Loan Agreement) เป็นจำนวนเงิน 100,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา ซึ่งเทียบเท่าสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน และจัดทำ Business cooperation agreement เพื่อวัตถุประสงค์ในการเข้าควบคุมการดำเนินธุรกิจและบริหารงานทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมของบริษัทดังกล่าว บริษัทฯ ได้เข้าควบคุมและสั่งการกิจกรรมการดำเนินงานต่าง ๆ รวมถึงนโยบายทางการเงินของบริษัทนับนับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาและถือเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯนับตั้งแต่วันที่ดังกล่าว

พฤศจิกายน NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้เข้าจดทะเบียนจัดตั้ง Ningbo NCL Inter Logistics Company Limited (จดทะเบียนในประเทศจีน) เมื่อวันที่ 30พฤศจิกายน2561 เพื่อบริการบริหารและจัดการขนส่ง สินค้าระหว่างประเทศ (freight forwarder) ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 5,000,000 หยวน (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 ยังมิได้มีการเริ่มดำเนินการและยังไม่มีทุนเรียกชำระ) โดย NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ100

กุมภาพันธ์  NCL Inter Logistics (S) Pte., Ltd. (บริษัทย่อยในประเทศสิงคโปร์) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดตั้ง NCL International Logistics Private Limited ในประเทศอินเดีย โดย NCL Inter Logics (S) Pte. Ltd. มีสัดส่วนการถือหุ้นคิดเป็นร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนจำนวน 5,000,000 รูปีอินเดีย บริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีทุนจดทะเบียนจำนวน 5,000,000 รูปีอินเดีย (70,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 บริษัทย่อยดังกล่าวมีทุนเรียกชำระแล้วจำนวน 286,000 รูปีอินเดีย (4,086 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ) และยังมิได้เริ่มดำเนินการ

เมษายน  ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2561 ในอัตราหุ้นละ 0.0067 คิดเป็นจำนวน 3,042,819.21 บาท (สามล้านสี่หมื่นสองพันแปดร้อยสิบเก้าบาทยี่สิบเอ็ดสตางค์) โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลจำนวนดังกล่าววันที่ 24 พฤษภาคม 2562

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท เอสเอสเค อินเตอร์ โลจิสติกส์ จำกัด มีมติอนุมัติลดทุนจดทะเบียน โดยลดจำนวนหุ้นจำนวน 1,699,280 หุ้น จากเดิม 16,874,280 หุ้น เหลือ 15,175,000 หุ้น โดยการลดทุนนั้นเป็นการลดทุนของผู้ถือหุ้นกลุ่มหนึ่ง เป็นผลให้บริษัทฯ มีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 75.35 เป็นร้อยละ 83.79 และเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวมีมติอนุมัติลดทุนจดทะเบียนโดยวิธีการลดจำนวนหุ้นอีกครั้งจำนวน 1,600,000 หุ้น จากเดิม 15,175,000 หุ้น เหลือ 13,575,000 หุ้น เป็นผลให้บริษัทฯ มีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 83.79 เป็นร้อยละ 93.66 ดำเนินการจดทะเบียนเสร็จสิ้นวันที่ 16 กันยายน 2562

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ มีมติอนุมัติเห็นควรให้จำหน่ายหุ้นบริษัท แอลจี คอนเทนเนอร์ ไลน์ จำกัด ให้กับบริษัท จี ที เอ็กซ์ โลจิสติกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด จำนวน 599,999 หุ้น ในราคาพาร์ 10 บาท (สิบบาท) รวมเป็นมูลค่า 5,999,990 บาท และส่งผลให้บริษัท แอลจี คอนเทนเนอร์ ไลน์ จำกัด  สิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ นับตั้งแต่วันที่ดังกล่าว

พฤษภาคม บริษัท ซิม (ไทยแลนด์) จำกัด มีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 277.30 บาท และบริษัทฯ ได้รับเงินปันผลตามสัดส่วนการถือหุ้นจำนวน 1.4 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562

การจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท แอลจี คอนเทนเนอร์ ไลน์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยให้แก่บริษัทในประเทศแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 บริษัทฯได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัทดังกล่าวเพื่อจำหน่ายเงินลงทุนในราคาทุนโดยมีหุ้นสามัญ 599,999 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 5,999,990 บาท บริษัทฯได้รับชำระเงินจากการจำหน่ายเต็มจำนวนแล้วเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562 โดยบริษัทฯรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าวเป็นจำนวน 11 ล้านบาทในงบกำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับปีปัจจุบัน

ในเดือนพฤษภาคม 2562 NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. ได้มีการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น NCL Inter Logistics Viet Nam Company Limited  (จัดตั้งในประเทศเวียดนาม) โดย NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. ได้โอนเงินลงทุนเพิ่มจำนวน 1,225,000,000 ดองเวียดนาม (เทียบเท่า 50,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ) และจดทะเบียนเพื่อเป็นผู้ถือหุ้นโดยมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 49 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 2,500,000,000 ดองเวียดนาม  และในเดือนพฤศจิกายน 2562 มีผู้ถือหุ้นรายใหม่ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดในประเทศเวียดนามเข้ามาลงทุนใน NCL Inter Logistics Viet Nam Company Limited ในสัดส่วนร้อยละ 51 คิดเป็นจำนวนเงิน 1,275,000,000 ดองเวียดนาม และได้ปรับเปลี่ยนจำนวนเงินในสัญญาเงินให้กู้แปลงสภาพจาก 100,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ เป็น 51,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้ามาลงทุนของผู้ถือหุ้นใหม่ ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงจากร้อยละ100 เป็นร้อยละ 49 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 โดย NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49

สิงหาคม  เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอุนมัติให้เพิ่มทุนใน NCL Inter Logistics (S) Pte., Ltd จำนวน 25 ล้านบาท เพื่อขยายการดำเนินงานของบริษัทย่อยในต่างประเทศ และในระหว่างปี 2562 บริษัทฯ ได้โอนเงินลงทุนเพิ่มใน NCL Inter Logistics (S) Pte., Ltd เป็นจำนวนเงิน 1,325,365 เหรียญดอลล่าร์สิงคโปร์ จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 1,574,635 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ เป็นจำนวน 2,900,000 เหรียญดอลล่าร์สิงคโปร์ และดำเนินการจดทะเบียนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2562

กันยายน  เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 LG Container Line Pte., Ltd. (บริษัทย่อยในประเทศสิงคโปร์) ทำสัญญาซื้อขายส่วนงานธุรกิจการบริการขนส่งและกระจายสินค้าระหว่างประเทศ (Non-Vessel Operating Common Carrier-NVOCC) กับบริษัท แอลจี คอนเทนเนอร์ ไลน์ จำกัด (บริษัทในประเทศไทย) เป็นจำนวนเงิน 25 ล้านบาท บริษัทย่อยได้จ่ายชำระการซื้อส่วนงานดังกล่าวและได้รับโอนสินทรัพย์เรียบร้อยแล้ว ณ วันที่ทำสัญญา จากการซื้อส่วนงานนี้ บริษัทฯ ได้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับลูกค้าผู้ให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือและความรู้เทคนิคในการดำเนินธุรกิจ NVOCC ซึ่งแสดงเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนทั้งจำนวน

ตุลาคม  นายกร ทัพพะรังสี แจ้งขอลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท และกรรมการอิสระของบริษัทฯ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 6/2562 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้ง พลเอกพอพล มณีรินทร์ กรรมการอิสระ เข้าดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท และพ้นจากตำแหน่งกรรมการตรวจสอบ กรรมการบริหารความเสี่ยง และกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป   

พฤศจิกายน  บริษัทฯ ได้ตกลงทำสัญญากับ EL AL ISRAEL AIRLINE LTD. (ประเทศอิสราเอล) เพื่อเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยสัญญาจะมีผลในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท เอสเอสเค อินเตอร์ โลจิสติกส์ จำกัด (ซึ่งมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัท) โดยบริษัทถือหุ้นจำนวน 12,714,999 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 93.66 โดยขายทั้งจำนวนในราคาพาร์ มูลค่าหุ้นละ 10 บาท รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 127,149,990 บาท โดยขายให้กับนายสุขสันต์ กิตติภัทรพงษ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัท เอสเอสเค อินเตอร์ โลจิสติกส์ จำกัด และส่งผลให้ บริษัท เอสเอสเค อินเตอร์ โลจิสติกส์ จำกัด สิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ นับตั้งแต่วันที่ดังกล่าว

มกราคม-เมษายน   ตามที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ได้ขยายวงกว้างในหลายประเทศทั่วโลก และมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ เกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และมีผลกระทบต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ สถานการณ์ดังกล่าวมีผลกระทบโดยตรงต่อกิจกรรมทางธุรกิจโลจิสติกส์ของกลุ่มบริษัท ที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์ แบบครบวงจร ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล โดยมีพันธมิตรทางการค้า คู่ค้า ลูกค้าและสำนักงานบริษัทย่อยในหลายประเทศ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ย่อย เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา (บริษัทย่อยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100) และประเทศอินโดนีเซีย (บริษัทย่อยทำสัญญาเงินให้กู้แปลงสภาพ) เป็นต้น โดยรัฐบาลออกมาตรการห้ามไม่ให้ประชาชนออกนอกพื้นที่ และเดินทางไปสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโดยไม่จำเป็น ส่งผลให้บริษัทฯ ไม่สามารถทำงานได้เป็นไปตามปกติ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้มีการกำหนดให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้าน เพื่อการทำงานยังคงดำเนินการต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว

กุมภาพันธ์  เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติเพิ่มทุนในบริษัทย่อย NCL Inter Logistics (S) Pte., Ltd. จำนวน 0.77 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่า 25 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายการดำเนินงานของบริษัทย่อยในต่างประเทศ  

  • ในเดือนเมษายน และเดือนมิถุนายน บริษัทฯ ได้โอนเงินลงทุนเพิ่มใน NCL Inter Logistics(S) Pte.Ltd. จำนวน 1.09 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1 เหรียญสิงคโปร์  คิดเป็นจำนวนเงิน 1.09 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือเทียบเท่าจำนวน 25 ล้านบาทเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการ การจดทะเบียนเพิ่มทุนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563 เป็นผลให้มีทุนเรียกชำระแล้วจำนวน 4 ล้านเหรียญสิงคโปร์
  • ต่อมาในเดือนกรกฎาคม บริษัทฯ ได้โอนเงินลงทุนเพิ่มอีกจำนวน 0.35 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือเทียบเท่า 7.90 ล้านบาท เป็นผลให้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 NCL Inter Logistics(S) Pte.Ltd. มีทุนจดทะเบียนและชำระแล้วจำนวน 4.32 ล้านเหรียญสิงคโปร์
  • ในเดือนเมษายนและมิถุนายน  NCL Inter Logistics(S) Pte.Ltd. โอนเงินลงทุนเพิ่มใน LG Container Line Pte.Ltd. จำนวน 1.09 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 เหรียญสิงคโปร์ หรือเทียบเท่า 1.09 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการ การจดทะเบียนเพิ่มทุนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563 เป็นผลให้มีทุนเรียกชำระแล้วจำนวน 2.34 ล้านเหรียญสิงคโปร์
  • ต่อมาในเดือนกรกฎาคม NCL Inter Logistics(S) Pte.Ltd. ได้โอนเงินลงทุนเพิ่มอีกจำนวน 0.35 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เป็นผลให้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 LG Container Line Pte.Ltd. มีทุนจดทะเบียนและชำระแล้วจำนวน 2.69 ล้านเหรียญสิงคโปร์

พฤษภาคม  เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2563 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 มีมติอนุมัติลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 33,375,123 บาท จากเดิม 146,913,185 บาท เป็น 113,538,062 บาท โดยลดหุ้นสามัญที่ที่ยังไม่ได้จำหน่ายจำนวน 133,500,490 หุ้น มูลค่า หุ้นละ 0.25 บาท ซึ่งเป็นหุ้นที่เหลือจากการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญครั้งที่ 2 (NCL-W2) และครั้งที่ 3 (NCL-W3) ซึ่งหมดอายุการใช้สิทธิเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2561 และวันที่ 6 ธันวาคม 2562 ตามลำดับ

  • และอนุมัติการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหนังสือบริคณห์สนธิเพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จากเดิม 587,652,738 หุ้น เป็น 454,152,248 หุ้น
  • โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนลดทุนและแก้ไขเปลี่ยนแปลงหนังสือบริคณห์สนธิกับกระทรวงพาณิชย์ แล้วเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2563
  • เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติให้ปิด NCL Inter Logistics Vietnam Company Limited ซึ่งเป็นบริษัย่อยในประเทศเวียดนาม โดยถือหุ้นผ่าน NCL Inter Logistics (S) Pte.Ltd. เนื่องจากประสบภาวะขาดทุนและมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกทั้งสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งมีผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าให้รายได้ของบริษัทลดลงอย่างมาก จึงเห็นควรให้ปิดบริษัทดังกล่าว ก่อนที่จะได้รับผลกระทบไปมากกว่านี้ เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทฯและต่อผู้ถือหุ้นในอนาคต ปัจจุบันอยู่ระหว่างจดทะเบียนเลิกกิจการ

มิถุนายน ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid – 19) ที่ได้ขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทฯ ตัดสินใจหยุดดำเนินกิจการชั่วคราวบริษัทย่อยทั้งสองแห่งในประเทศจีน คือ Qingdao National Container Line Co.,Ltd.และ Ningbo NCL Inter Logistics Co.,Ltd. เพื่อหยุดการรับรู้ผลขาดทุนเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดขของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศจีน

  • ณ วันที่ 31 มิถุนายน 2563 บริษัทได้รับการชำระจากลูกหนี้จากการจำหน่ายเงินลงทุนใน SSK งวดแรกเป็นรถหัวลากจำนวน 11 หัว และ รถหางพ่วงจำนวน 78 หาง โดยมีมูลค่าทางการตลาดเป็นจำนวนเงิน 41.98 ล้านบาท ทั้งนี้ได้ดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อย  

กรกฎาคม  นายวัญเทนันท์ เตชะมรกต ตำแหน่ง กรรมการบริษัท กรรมการบริหารความเสี่ยง และ กรรมการบริหาร ของบริษัทฯ แจ้งขอลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีภารกิจอื่น  โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป ส่งผลให้กรรมการบริษัท ลดลงจาก 8 ท่าน เหลือ  7 ท่าน โดยเป็นกรรมการอิสระจำนวน 4 ท่าน และ กรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน 3 ท่าน

  • เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2563 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพที่ออกใหม่ของบริษัทฯ ต่อผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงและเป็นบุคคลที่ไม่เกี่ยวโยงกับบริษัทฯ ในวงเงินไม่เกิน 300 ล้านบาท เพื่อให้บริษัทฯ มีเงินทุนเพียงพอรองรับการลงทุนหรือการขยายกิจการในอนาคติ และ อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 30,500,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 113,538,062 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ จำนวน 144,038,062 บาท โดยการออกหุ้นกู้สามัญเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 122,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.25 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพ

สิงหาคม  โดยให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 28 สิงหาคม 2563 ทั้งนี้ในวันที่ 26 สิงหาคม 2563 ได้มีการแจ้งยกเลิกการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นดังกล่าวรวมถึงวาระที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ภายหลังจากที่ทางบริษัทและผู้ลงทุนได้มีการเจรจากันอีกครั้ง เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนสัญญาเงื่อนไขที่เป็นสาระสำคัญของสัญญาดังกล่าว ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ดำเนินการเจรจาและต่อรองอย่างเต็มกำลัง เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากการทำธุรกรรมดังกล่าวมีมูลค่าสูงและระยะเวลาค่อนข้างนาน ดังนั้นคณะกรรมการบริษัท จึงได้พิจารณาทบทวนการดำเนินการในครั้งนี้ด้วยความระมัดระวังรอบคอบแล้วและจากการพิจารณาข้อดีข้อเสียและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น จึงได้มีมติอนุมัติให้ยกเลิกการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพดังกล่าว เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ และต่อผู้ถือหุ้นในอนาคต ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทแต่อย่างใด

  •   เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ที่ประชุมคณะกรรมการของ NCL Inter Logistics (S) Pte.Ltd. มีมติอนุมัติให้จำหน่ายเงินลงทุนใน PT.NCL INTER LOGISTIK INDONESIA ทั้งจำนวนซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยมีส่วนได้เสียผ่านการควบคุมโดย NCL Inter Logistics (S) Pte.Ltd. ในราคาทุน รวมเป็นเงินทั้งหมด 60,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา ให้กับผู้ถือหุ้นอีกท่านหนึ่งในบริษัทย่อยดังกล่าว เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563 NCL Inter Logistics (S) Pte.Ltd. ได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้นกับผู้ถือหุ้นดังกล่าว และเป็นผลให้ PT.NCL INTER LOGISTIK INDONESIA สิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ นับแต่วันที่ ดังกล่าว

 

*นำเมาส์ไปวางบนปุ่มเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)

56/9-10 ซอยตากสิน 12/1 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 Phone : 02-473-7300 FAX : 02-473-7374
ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์/เลขานุการบริษัท 02-473-7300 ต่อ 300